การเดินทางอันโดดเดี่ยวจากบ้านถึง openluchtmuseum

อยู่มา 1 เดือนกับอีก 10 วัน ณ ดินแดนแห่งกังหันลม….ได้เวลาจริงจังกับการทำงานและการออกเที่ยวอย่างฉายเดี่ยวซักที ฮี่ๆ ช่วงนี้เลยไม่ค่อยจะได้ออน และอาจจะไม่ค่อยมีเวลาอัพบล๊อกเท่าไหร่ เพราะวันธรรมดาก็ทำงานเช้าถึงเย็น อยากนอน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุดไม่ได้ทำงาน อยากออกเที่ยว 555

แต่เงินเดือนอันน้อยนิดพอประทังชีวิตแบบนี้จะเที่ยวยังไงได้ทุกเสาร์ อาทิตย์น้อ…จะอยู่บ้าน นั่งแล่นคอมอยู่แต่ในห้องก็น่าเกลียด อีกอย่างทำไม่ได้ด้วยแหละ เพราะเด็กจะเข้ามาตามไปเล่นตลอด ซึ่งก็เหมือนว่าไม่ได้หยุดงานอีก หึหึ เพราะฉะนั้นออกดีกว่า ถึงจะหยุดสองวันเสาร์อาทิตย์นี่ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรได้เที่ยวนักหนา เพราะแหล่งช๊อปปิ้งกลางเมืองของประเทศนี้ปิดหมดในวันอาทิตย์ ไม่เข้าใจมันจริงๆ จะเปิดช่วงบ่ายของวันอาทิตย์แรกของเดือนเท่านั้น วันก่อนก็ไปเดินที่อูเทร็คท์มา วุ้ย!คนช๊อปกันมากมาย แล้วพอห้าโมงร้านมันก็ปิดแล้ว อะไรกันนักหนาวะเนี่ย ห้างประเทศไทยปิดสามทุ่มนู่น ร้านอาหารก็เที่ยงคืนนั่น เหอๆ…ช่างแตกต่าง แล้ววันอาทิตย์แหล่งช๊อปปิ้งไม่เปิด คนมันไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย อาจเป็นไปได้ว่าพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว ไม่งั้นก็ออกปั่นจักรยานรับลม หรือขับรถไปปิกนิคชมธรรมชาติ ขัดใจจริง ช่างมันละกันมาเข้าเรื่องเราต่อ

วันอาทิตย์ไม่รู้จะไปไหนใช่มั้ย นี่เลย…museum มันยังเปิดอยู่ล่ะ ไม่แน่ใจว่าทุกที่หรือบางที่นะ แต่ที่ openluchtmuseum ที่อาร์เน็มนี่เปิดทุกวัน เลยเข้าทางอรดา โฮสต์จะมีแขกมาที่บ้านด้วยเป็นครอบครัวเพื่อนของคาร์โล อรดาอยู่ไปก็เหมือนทำงาน ทำตัวไม่ถูกอีก ออกเที่ยวดีกว่า ไปคนเดียวก็เอาแล้วล่ะ

เที่ยวยังไงไม่เสียตังค์ ฮ่าๆ อรดามี museum card อยู่ในมือที่สามารถเข้าพิพิธภัณท์ที่ไหนก็ได้กี่ร้อยแห่งจำไม่ได้ในประเทศนี้ คุณโฮสต์ทำให้เนื่องจากอรดาถามตั้งแต่ยังอยู่เมืองไทยว่าชั้นควรจะทำดีมั้ย(คือจะเสียเงินทำเองนี่แหละราคา สามสิบหว่ายูโรหรือไงนี่แหละสำหรับคนอายุไม่เกิน 24 ฮี่ๆ ได้อยู่ล่ะ) แต่เค้าก็จัดการทำให้เสร็จสรรพ ขอบพระคุณอย่างงามค่ะ….การเดินทางค่ารถค่าราก็ไม่ต้องเสีย ตอนนี้มีตั๋วฟรีรถบัส เป็นตั๋วเดือน 3 เดือน นั่งรถบัสฟรีตลอดในเมืองอาร์เน็ม โว้วววว โฮสต์ก็จัดการให้อีกแหละ ทีแรกที่ได้มาก็คิดนะว่าเอามาให้แล้วชั้นจะกล้าขึ้นรถบัสไปมั้ยเนี่ย คือมันดูลำบากยากเย็นมากสำหรับคนต่างชาติอย่างเรา เช่น จะไปตรงนั้น นั่งรถไปเอ๊ะ!มันถึงรึยังวะ คือเราเองก็ไม่รู้เส้นทางด้วย ยากเย็นเข็ญใจ แต่แล้วถ้าไม่ลองก็ไม่รู้นะ ลงทุนวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง เช็คเวลารถบัสจากป้ายรถบัสที่สถานีรถไฟใกล้บ้าน จริงๆมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าบ้านนะ แต่ไม่มั่นใจชื่อป้ายแล้วอีกอย่างมันเป็นป้ายเล็กๆ ไม่ชัวร์ว่าพอมันขับมาถึงยังไม่ทันมองเห็นเบอร์รถชัด ไม่ทันจะได้โบกมันก็จะผ่านไปซะก่อน อีกอย่างคิดว่าอย่างน้อยปั่นจักรยานไปจอดทิ้งไว้สถานีรถไฟ ถ้าขากลับกลับด้วยรถบัสไม่ถูก เผื่อนั่งรถไฟมาชั้นจะได้ไม่ต้องเดินกลับบ้านให้เหนื่อย เพราะมีจักรยานจอดอยู่ ฮี่ๆ ดูเหมือนรอบคอบเนอะ…แน่นอนล่ะ ไม่มีเพื่อนให้พึ่งพาเหมือนทุกครั้งนี่นา

ที่สำคัญอีกอย่างคือมีตั๋วเดือนนี่มันสะดวกสบายมาก!ไม่ต้องขึ้นไปต่อปากต่อคำกับคนขับรถบัสด้วย เดินขึ้นไปแล้วแค่โชว์บัตรให้ดูก็จบข่าว สามเดือนนี้จะนั่งให้เบื่อไปเลย หลังจากนั้นคงไม่นั่งแล้วล่ะ เปลืองตังค์ 555 ไปในเมืองก็แค่รถไฟสถานีเดียว วันก่อนยังปั่นจักรยานไปเองคนเดียว เหนื่อย!!!!!!!เลย ฮ่าๆ แต่สนุกดี ปั่นไปคุยกับตัวเองไป เอายังไงดีอรดา ไปทางไหนดี อะไรแบบนี้ บอกโฮสต์ว่ารู้มั้ย ชั้นปั่นไปในเมืองมา โฮสต์บอก เฮ้ย!จริงดิ เธอบ้ารึเปล่าเนี่ย(เออ!) มีแต่คนดัตช์เท่านั้นที่ทำกัน ฮ่าๆๆ ใช่สิโฮสต์มัมปั่นจักรยานไม่เป็นนี่หว่าเลยไม่ปั่นไป เอิ้กๆ นินทา

ก่อนโชว์รูปยังเล่าไม่จบ อิอิ เรื่องเยอะเหลือเกินล่ะอรดานี่ แผนของทริปนี้คือ 1.ปั่นจักรยานไปขึ้นรถบัสที่ป้ายรถบัสสถานีรถไฟ arnhem zuid 2.ขึ้นรถบัสเลขสิบไปลงที่ centraal station 3.ขึ้นรถบัสเลขสามที่ปลายทางไปยังสถานี Alteveer 4.เดินจากป้ายรถบัสไปยัง openluchtmuseum ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ก็ต้องเดินอะ นี่เป็นป้ายที่ใกล้ที่สุดแล้ว ฮ่าๆ…หลายต่อมะ แต่อรดามาได้เองคนเดียว ช่างน่าภูมิใจในตัวเองอะไรแบบนี้ หุหุ ตอนขึ้นรถบัสเลขสามที่ป้าย centraal มีคนมาเที่ยวที่นี่อยู่มั่งแหละ เดินขึ้นไปโชว์ตั๋วแล้วก็ถามคนขับว่ารถคันนี้ไป open air museum ใช่มะเพื่อความชัวร์ คือกลัวออกภาษาดัตช์ผิด เลยเอาชื่อแบบอังกฤษมาพูดแทน เดี๋ยวคนขับรถจะงงภาษาดัตช์ของเราซะก่อน เค้าบอกใช่เลย…ตอนลงเดินไปพิพิธภัณฑ์ก็งงพอสมควร จับทิศทางไม่ถุกเลย ไม่รู้มันอยู่ตรงไหน มันไม่ได้มีป้ายบอกตั้งแต่ป้ายรถบัสนี่หว่า ก็เลยมั่วเดินตามคนอื่นไว้ก่อนแหละ ดีที่สุด ฮ่าๆ จนเห็นป้ายที่สี่แยกไฟแดงว่ามันชี้ไปทางไหน(ก็ทางที่คนเดินไปเยอะๆนั่นแหละ อิอิ) ก็เดินต่อไปโลด คนก็ต่อคิวซื้อตั๋วกัน ชั้นก็ไม่แน่ใจว่าเค้าจะต้องเอาบัตรของเราไปเช็คโค๊ดแล้วออกตั๋วกระดาษมาให้อีกทีรึเปล่า ก็เลยไปต่อแถวกับคนซื้อบัตรก่อน พอถึงคิวเลยโชว์บัตรแล้วบอกว่า มีบัตรนี้ล่ะ เค้าบอก good! แหะๆ…ไม่ใช่ประเด็น เลยถามว่าชั้นเดินเข้าไปเลยได้ใช่มั้ย เค้าบอกได้เลย ว่าแต่ต้องการบัตรจอดรถมั้ย อรดารีบบอกโนวๆๆ จะออกบัตรจอดรถบัสให้ปะล่ะ 555 คนต่อแถวตรวจบัตรเข้าก็เต็มเพียบ ถึงคิวเค้าก็แค่รูดปรื๊ด ขอบคุณครับ จบ! สบายจริงๆ

ทริปนี้ตั้งใจไม่เสียเงินจริงๆเพราะหอบขนมปังทาเนยถั่วมาสองแผ่น เค้าเรียกแซนวิชกันนั่นล่ะ เหอๆแต่เรียกแล้วมันดูไฮโซเกินของจริงยังไงม่รู้ ตามความเข้าใจเราแซนวิสคือเป็นของคาว มีแฮมมีผักไรแบบนั้น แต่นี่เป็นขนมปังทาอะไรก็ตามแล้วประกบก็เรียกแซนวิช เอาเหอะ…เรียกตามเค้าไป แล้วก็น้ำเปล่ากรอกใส่ขวดมาหนึ่งชมด เหลือเฟือแหละ ขวดก็เก็บมาจากการซื้อน้ำดื่มสำหรับออกกำลังกายมาครั้งก่อน คิดไม่ผิดจริงๆที่เก็บขวดไว้ สำคัญมาก! เที่ยวฟรี สบาย 😉

ต่อไปนี้ขอเล่าเรื่องด้วยรูปภาพก็แล้วกันนะคะ

หน้าสถานีรถไฟในเมืองวันอาทิตย์ตอนเกือบสิบเอ็ดโมง...ดูดิว่างเปล่าขนาดไหน

หน้าสถานีรถไฟในเมืองวันอาทิตย์ตอนเกือบสิบเอ็ดโมง...ดูดิว่างเปล่าขนาดไหน

อากาศดีในวันนี้ เหมาะกับการออกเที่ยวเป็นอย่างมาก

อากาศดีในวันนี้ เหมาะกับการออกเที่ยวเป็นอย่างมาก

ทางเดินไปขึ้นรถบัส...ถ่ายมาเพิ่งเห็นว่าเค้าเดินจับมือกันง่ะ T^T

ทางเดินไปขึ้นรถบัส...ถ่ายมาเพิ่งเห็นว่าเค้าเดินจับมือกันง่ะ T^T

รถบัสที่ไต่ขึ้นเขาขึ้นเนินมาถึงที่นี่ ชั้นมากับคันนี้แหละ

รถบัสที่ไต่ขึ้นเขาขึ้นเนินมาถึงที่นี่ ชั้นมากับคันนี้แหละ

แล้วก็ไม่ต้องอายนะ รู้แค่ว่ารถไฟที่นี่วิ่งตามรางยังไม่พอ แต่ยังมีสายระโยงระยางอยู่ด้านบนด้วย พี่มุ่ยบอกว่ามันเลยทำให้วิ่งเร็วขึ้นมั้ง…แต่ไม่รู้ว่ารถบัสที่นี่ก็วิ่งตามสายโยงเช่นกัน โว้ว ตื่นเต้นเลย มันทำให้ทัศนียภาพไม่สวยเท่าที่ควรก็จริง แต่ที่นี่เลนรถบัสก็คือเลนรถบัส ไม่มีการปาดซ้ายปาดขวาแซงกันไปกันมาเด็ดขาดแบบในกรุงเทพ 555
ทางเดินไปสู่ openluchtmuseum

ทางเดินไปสู่ openluchtmuseum

 

ถึงแล้ว!!! นี่คือข้างหน้าทางเข้าของ openluchtmuseum

ถึงแล้ว!!! นี่คือข้างหน้าทางเข้าของ openluchtmuseum

 ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงมาถึงก็เดินเข้าไปข้างในโลดเลย

ในห้องจัดแสดง นี่คือร้านขายยาของประเทศนี้ในสมยก่อน(ไม่รู้ว่าปีอะไร)

ในห้องจัดแสดง นี่คือร้านขายยาของประเทศนี้ในสมยก่อน(ไม่รู้ว่าปีอะไร)

และนี่คืออะไรใครรู้....ร้านตัดผมเจ้าค่าเอ้ย ไม่มีกระจกบานใหญ่ๆให้ส่องเล้ย

และนี่คืออะไรใครรู้....ร้านตัดผมเจ้าค่าเอ้ย ไม่มีกระจกบานใหญ่ๆให้ส่องเล้ย

ห้องนี้มีเก้าอี้ให้นั่งชมวีดิโอเกี่ยวกับเรื่องเพลงจากเจ้าในรูปนี้แหละ(จำชื่อเรียกไม่ถูก)

ห้องนี้มีเก้าอี้ให้นั่งชมวีดิโอเกี่ยวกับเรื่องเพลงจากเจ้าในรูปนี้แหละ(จำชื่อเรียกไม่ถูก)

สาวดัตช์สมัยก่อนนั่งรอชมอะไรกันซักอย่าง

สาวดัตช์สมัยก่อนนั่งรอชมอะไรกันซักอย่าง

รูปข้างในนี่เดินเข้าไปมืดๆเย็นยะเยือก แล้วเดินอยู่คนเดียว ไม่ค่อยจะมีใครเข้ามาเดินเล้ย…เหอๆ น่าวังเวงใจจริงๆ ดูๆพอรู้เรื่อง ถ่ายๆรูปไปแล้วเดินออกมาเลย อย่างห้องที่ให้นั่งชมวิดีโอน่ะ เปิดประตูเข้าไป โว้ว ไร้ผู้คน ชั้นไม่นั่งดูด้วยหรอกนะ ถ่ายรูปแล้วก็เดินออกมาเลย แล้วที่น่าวังเวงกว่านั้นก็ห้องที่จัดแสดงชุดในปีต่างๆเมื่อเก่าก่อนของชาวดัตช์ ว่าช่วงปีนี้สาวดัตช์แต่งตัวยังไง หนุ่มดัตช์แต่งตัวยังไง มีตั้งเป็นชุดใส่ในหุ่น และมีทั้งหุ่นเหมือนคนพร้อมใส่ชุดด้วย กริยาท่าทางก็ดูเป็นธรรมชาติ อย่างกะของจริงแน่ะ ไฟสลัวๆ เดินคนเดียวแล้วกลัวไม่ใช่น้อยนะนี่ แหะๆ

นี่เป็นด้านในของพิพิธภัณท์ ไม่สิที่นี่ไม่ได้มีดีแค่นี้ ได้ชื่อว่า open air ในภาษาอังกฤษมันก็ต้องมีไรอะไรมากกว่านี้สิ บล๊อกหน้าจะพาไปเดินเล่นข้างนอกอาคารต่อ จริงๆอาคารก็เล็กๆนี่แหละไม่ได้เน้นตรงนี้

Advertisements

3 comments so far

  1. mui on

    that’s good to go out by using a few money.
    anyway, your story still so long.. hehehe
    this is part one,right? 5 5+

  2. พี่ปอ on

    รู้สึกว่าการเที่ยวครั้งนี้จะไม่เสียตังค์ซักบาทเลยนะ!!!

  3. Get on

    แหล่มเลยแก เที่ยวฟรี
    ออดาชอบบบบบบ 555+


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: