Secret Recipe

อาทิตย์ก่อนทั้งอาทิตย์กินอย่างกับอดอยาก -_-” มาอาทิตย์นี้ต้องพยายามบังคับใจ บังคับปากตัวเองไม่ให้กินเยอะ ซึ่งมันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน เพราะชีวิตนี้คิดไว้แล้วว่า อยู่เพื่อกิน ไม่ได้กินเพื่ออยู่ 555 ผู้หญิงอะไรน่ากลัวชะมัด 😛 เริ่มจากวันจันทร์พยายามไม่กินขนมปังเยอะ ไม่กินจุกจิกเยอะ แต่ก็ยังทำไม่ได้ดีล่ะ ถือเป็นการวอร์มอัพร่างกายก่อน ฮ่าๆให้กำลังใจตัวเองสุดๆ ตกเย็นโฮสต์ขี้เกียจจะทำอาหาร เลยเลือกทำอะไรที่มันง่ายๆ ง่ายมากเลยเนอะ….มักกะโรนีชีส T^T ร้องไห้ดีกว่าเรา เหอๆ คราวนี้มีสองเวอร์ชั่นเป็นแบบมักกะโรนีชีสเฉยๆกับมักกะโรนีชีสใส่แฮมด้วย โฮสต์แด๊ดเดินมาตกไหล่แล้วบอก ขอโทษด้วยนะ มันไม่ใช่อาหารที่เธอชอบ แต่รับปากว่าพรุ่งนี้จะต้องดีกว่านี้แน่นอน

 

“ไม่เป็นไรค่ะ กินได้” ออกมาจากปากอรดา ทั้งที่ในใจอยากจะต้มมาม่ารสต้มยำกุ้งกินตั้งแต่ตอนนั้นละ แล้วเค้าก็เสนอแบบใส่แฮมให้กิน แล้วก็ถามว่าเอาซอสมะเขือเทศใช่มั้ย(ปกติเค้ากินกันแค่เหยาะซอสแมกกี้) ตักมากินพอเป็นพิธี ไม่มาก ไม่น้อย แล้วก็ไม่เติม โฮสต์นั่งหน้าเสียกัน เหอๆ ทำไงได้ล่ะ เค้าก็รู้ว่าไม่ชอบ จะให้ทำหน้าอร่อยซะสุดชีวิตก็ทำไม่ได้ล่ะค่ะ กินเสร็จเรียบร้อยนั่งเล่นเน็ตไปซักพัก เวลาหนึ่งทุ่มตรงก็ออกปั่นจักรยานเอาวุ้นเส้นไปให้พี่มล พอดีว่าเค้าต้องทำปอเปี๊ยะทอดให้ลูกสาวคนโตเอาไปแบ่งเพื่อนในห้องกินที่งานโรงเรียน(ทุกๆคนจะมีอาหารไปแชร์กัน)แต่ไม่มีวัตถุดิบเยอะ ไปซื้อของที่ร้านไม่ทัน พอดีว่าชั้นมีก็เลยยกไปให้หมดเลย พี่แกก็จะควักเงินให้ แต่แหม่นะ ไปกินข้าวฟรีบ้านเค้าตั้งหลายมื้อ เอาไปให้แค่นี้จะเป็นอะไรไปล่ะ จุดประสงค์การไปคือไปกินลูกเรดเบอร์รี่ที่พี่นันท์เก็บจากสวนแถวบ้านไปให้ กับเชอร์รี่เก็บแถวบ้านพี่มลนั่นแหละ แต่สุดท้ายก็ได้กินแค่เรดเบอร์รี่เพราะไม่ว่างเดินไปเก็บเชอร์รี่ 😦 เซ็งมากมาย มันเริ่มสุก ร่วงหมดแล้ว หวังว่าเสาร์นี้ยังคงมีให้กินอยู่นะ อรดาจะไปเยือน 555 ทั้งสองอย่างนี่รสชาติเปรี้ยวๆไม่ได้หวานเหมือนที่เค้าขายกันหรอก พี่แกก็ทำกะปิหวานแบบที่จิ้มมะม่วงเปรี้ยวมาจิ้มกิน โอ้ย!!!!!สะใจ กินแล้วสดชื่นกะปรี้กะเปร่า อย่างกับกินยาชูกำลัง เอิ้กๆ

ถ่ายแบบลวกๆ พอได้เห็นหน้าตา
ถ่ายแบบลวกๆ พอได้เห็นหน้าตา

นั่งจิ้มจนกะปิเค้าจะหมดกระปุก 555 พี่มลแกก็ทำอาหารไป วันนี้กินอาหารฝรั่ง ชั้นก็บอกไม่กินล่ะ(ในใจก็อยาก) แต่พี่แกก็ตักมาให้กินนั่นล่ะ อย่างละนิดละหน่อย สรุปว่าจานเบ้อเริ่มซะงั้น T^T สองทุ่มกว่าๆละ กินอาหารฝรั่งเสร็จ พี่มลเค้าไม่ได้กินด้วย เค้าจะกินข้าวกับกับข้าวเก่าของเค้า มีผัดเผ็ดไก่กับต้มซุปผักอย่างมั่วๆ ก็ตักมาให้อรดากินอีก เอิ้กๆ นี่นะบังคับปากตัวเองไม่ให้กิน ไม่ใช่ล่ะ 555 แล้วก็นั่งกินกะเค้านะ ไม่อายเล้ย….วันนั้นกว่าจะกลับบ้านก็สี่ทุ่มกว่าเลย มัวแต่ช่วยห่อปอเปี๊ยะอยู่ รีบทำกันมากเพราะมันเริ่มมืดแล้ว อันเล็กมั่ง ใหญ่มั่งไม่รู้ล่ะ อิอิ

 

เมื่อวานก็คิดว่ากินน้อยพอสมควรละเนอะ เพราะตกดึกท้องร้องโครกคราก โฮสต์ยังคะยั้นคะยอให้กินอีก แต่คราวนี้ใจแข็งบอกว่าไม่ไหวแล้วล่ะ ชั้นนี่แหละไม่ไหวละ อ้วนเกินไปละ 555 ตอนโฮสต์แด๊ดยืนทำอาหารอยู่ อรดาก็ใจกล้าเดินไปถามว่า “เนี่ย…ชั้นเห็นมีไอซ์ทีอยู่ในตู้เย็นที่ซื้อมาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนๆแล้ว ชั้นเอามากินได้มะ” พร้อมทั้งเดินไปหยิบให้ดูประกอบการพูด โฮสต์แด๊ดรีบอุทาน “เยส!!!!! นี่ล่ะชั้นซื้อมาให้เธอโดยเฉพาะ เพราะคิดว่าบางทีเธอจะอยากดื่มอะไรที่นอกเหนือจากน้ำบ้าง น้ำที่นี่มีเยอะแยะล่ะ(เธอก็รู้) ราคาถูกมากด้วย ของในบ้านเธอกินได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่วอดก้าของชั้น ถ้าเธออยากกิน” เอิ้กๆ ก็ชั้นคิดว่าบางทีเค้าอาจจะมีแขกมารึเปล่าอะไรทำนองนั้น เค้าบอกเปล่าเลย ซื้อมาให้กินนั่นแหละ เปรม!!!!!!!!!!!!!! ฮี่ๆ

 

วันนี้ก็กลางอาทิตย์อีกแล้วการดูแลเด็กๆก็ดี ต้องไปรับคาร์โลตอนเที่ยง ปกติก็งานหนักอยู่แล้วสำหรับการเดินกลับบ้านพร้อมคาร์โล บางทีก็ร่าเริง บางทีก็อย่างกับกินมะเหงกมา เฮ้อ…ต้องคอยรับสู้กับอารมณ์เด็กตลอดเวลาแม้ไม่รู้ภาษาดัตช์มากนัก แต่วันนี้งานหนักมากขึ้นเมื่อเอมี่ร้องตามจะไปด้วย คิดดูว่าขนาดแม่มันอยู่ที่บ้านมันยังไม่เอาเลย จะไปกับชั้นด้วย(อย่าได้คิดว่าเด็กติดใจอะไรชั้นนักหนาหรอก อารมณ์มันขึ้นๆลงๆ) โฮสต์มัมทำหน้าตาเฉยบอกว่าเค้าน่ะยังไงก็ได้ ให้ดูเด็กหรือจะให้เด็กไปก็ได้ แต่เธอน่ะจะลำบากรึเปล่า T^T ร้องไห้ดีกว่า เหอๆ เอาวะ!ลองดูซักตั้ง จะว่าไปก็เคยไปแบบนี้แล้วครั้งนึงแต่ตอนนั้นใหม่ๆ ไม่มีใครอยู่บ้านสถานการณ์บังคับด้วย เอมี่เธอก็รับปากทั้งกับแม่และกับปานว่าจะเดินจับมือปานไปตลอดทางนี่ล่ะ เดินออกไปไม่ทันไรบอกว่า…ปาน อุ้มหน่อย โอ้ววววววววว T^T ร้องไห้อีกรอบดีกว่า เอิ้กๆ ด้วยความเก่งกาจในภาษาดัตช์ของชั้นก็บอกกับเอมี่ไปว่า ชั้นเหนื่อย แล้วก็เดินจูงมือต่อไป จบข่าว 555 ระหว่างทางเธอก็เดินแวะดูดอกไม้ เก็บใบหญ้าไปตลอด เวลาก็ใกล้เข้ามา ยังเดินไปไม่ถึงไหน อุ้มก็ได้วะ ฮึ๊บ! เด็กสามขวบนี่หนักใช่เล่น เวลาเห็นแม่เค้าอุ้มดูเหมือนเบานะ พอมาอุ้มเองนี่แขนแทบหลุด เหอๆ เหนื่อยก็ปล่อยเดิน จนเห็นท่าว่าเดี๋ยวจะไม่ทันแน่แล้ว บอกเอมี่ก็หลายทีว่าไปเร็วๆ เรารีบไปกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยจะได้ผล เลยตัดสินใจอุ้มอีกรอบจนถึงในโรงเรียน เฮ้อ -_-” คุยกับพี่มลได้ซักแป๊บเดียว คาร์โลก็เลิกเรียน เด็กสองคนเห็นหน้ากันก็ดีใจกันพอเป็นพิธี ระหว่างทางเดินกลับก็ยังไม่เลวร้ายมาก แต่สายตานี่ต้องคอยจ้องตลอดไม่ให้คลาดสายตา เพราะมีทั้งน้ำ ทั้งจักรยานสองข้างทาง เหอๆ แล้วขากลับนี่เอมี่เธอก็ไม่ยื่นมือให้จับซะดื้อๆงั้นเลย เหนื่อย…………………อนาคตถ้าโฮสต์มัมไปทำงานแล้ว กรุณาซื้อจักรยานแบบให้เด็กสองคนซ้อนมาให้ด้วย ไม่ไหวจริงๆ แค่คิดถึงว่าต้องเป็นแบบนี้ทั้งเช้าและเย็น ก็สงสัยว่าจะผอมแน่ 555

 

เรื่องของเด็กสองคนนี้ เวลาเอมี่ไม่ได้ดั่งใจแล้วพูดว่าชั้น คาร์โลก็จะคอยช่วย(ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ไม่ได้เล่นกับคาร์โลอยู่นะ)บอกเอมี่ว่าห้ามพูดแบบนั้นนะ ปานไม่ใช่แบบที่เธอพูด…ชื่นใจ พอซักแป๊บนึงเอมี่ดีแล้ว คาร์โลเกิดอารมณ์หมั่นไส้อะไรขึ้นมาอีกไม่รู้ พูดว่าชั้นมาอีก(อยู่เฉยๆแท้ๆ ไม่โดนคนนั้นว่าก็คนนี้ว่า เฮ้อ!) เอมี่ก็จะแก้ให้แล้วบอกว่า ห้ามพูดแบบนั้นนะ ปานไม่ได้เปนแบบนั้น…ชื่นใจ แล้วอีกซักพักนึงเด็กสองคนทะเลาะกัน เถียงกัน ว่ากันไปมา ถึงกับเกือบลงไม้ลงมือ ชั้นก็ต้องเป็นคนห้ามศึก พูดทุกคำที่พูดได้ พอเด็กหยุด เด็กมันก็คือเด็กอะนะ แป๊บเดียวก็ดีกันแล้ว…ชื่นใจว่าห้ามศึกได้ ที่ไหนล่ะ พอเด็กมันดีกันคราวนี้ก็หันมารวมหัวกันว่าชั้น ย๊ากกกกกก เด็กพวกนี้นี่ ชั้นไปทำอะไรให้แกวะ –” เหอๆ เด็กคือเด็ก

 

ตกบ่ายวันนี้ก็เกิดอารมณ์ดี คิดคำนวณในหัวสมองว่ามีวัตถุดิบนั่นนี่ ทำคุกกี้กินดีกว่า เอิ้กๆ ลดความอ้วน???? ลืมไปก่อน เอาใจเด็กก่อนดีกว่า ฮ่าๆเด็กจะได้รักจะได้หลง ใช้เวลาเอมี่นอนหลับ คาร์โลก็ไม่กวนอยู่แล้ว นั่งดูทีวีเงียบ โฮสต์มัมก็เข้าไปอยู่ในห้องทำงาน เย้ๆครัวของชั้น

ตีเนยกับน้ำตาลยังไม่ทันจะฟูดีก็ใส่ไข่ลงไปโลด....เสียงมันดังง่ะ ทำอย่างลวกๆอย่างแรง
ตีเนยกับน้ำตาลยังไม่ทันจะฟูดีก็ใส่ไข่ลงไปโลด….เสียงมันดังง่ะ ทำอย่างลวกๆอย่างแรง
ชอกโกแลตสับอภินันทนาการจากอรดา...ซื้อมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
ชอกโกแลตสับอภินันทนาการจากอรดา…ซื้อมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
ก่อนอบ
ก่อนอบ

ผ่านไปไม่รู้กี่นาทีล่ะ ไม่ได้จับเวลา

อบเสร็จแล้ว สงสัยเตาจะร้อนไปหน่อย กลายเป็นซอฟท์คุกกี้ไปซะนี่ ขอบๆกรอบแต่กลางๆนิ่มแบบเค้ก
อบเสร็จแล้ว สงสัยเตาจะร้อนไปหน่อย กลายเป็นซอฟท์คุกกี้ไปซะนี่ ขอบๆกรอบแต่กลางๆนิ่มแบบเค้ก

ด้วยความที่อุปกรณ์ไม่อำนวยหลายอย่าง ทำเท่าที่จะทำได้ รสชาติเลยออกมาแบบเท่าที่จะทำได้เหมือนกัน 555 เนื้อคุกกี้มันร่วนๆ แต่ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่นะ 🙂 อบเสร็จถาดแรกเอมี่ตื่นนอนมาพอดี เดินเข้าไปห้องนอนชั้นแบบงงๆ สงสัยจะไปหาชั้นนั่นแหละ เลยเดินเข้าไปทักแล้วเรียกออกมาด้วยกัน เอมี่บอกอยากกิน เลยถามว่าจะกินอะไรล่ะ เธอบอกเอาขนมปังกับเนยถั่วละกัน(โกหกว่านูเทลล่าหมด) แล้วก็ได้กลิ่นจากเตาอบอกว่าไม่เอาๆจะกินทาร์ต ชั้นก็ถามว่าทาร์ตไหน ไม่มี เอมี่บอกในเตาอบนั่นไง ทาร์ตใช่มะ เอาทาร์ตนี่แหละ เอิ้กๆๆ ไม่ใช่แล้วเอมี่เอ้ย!!!!!!!!นี่ไม่ใช่ทาร์ตนะจ๊ะ ไม่มีทาร์ต เอาขนมปังกับเนยถั่วละกันเนอะ วินาทีนั้นยังไม่กล้าเสนอคุกกี้เพราะยังไม่รู้รสชาติจะเป็นยังไง พอยกออกจากเตาเธอถามว่านั่นอะไร ก็เลยบอกว่าคุกกี้ แต่มันยังร้อนอยู่กินไม่ได้ ไม่งั้นก็จะร่ำร้องกินอยู่นั่นแหละ…คาร์โลคงนั่งหูผึ่งฟังอยู่พร้อมได้กลิ่นหอม ก็เดินปาดมาในครัว ถามว่าปานทำอะไรเหรอ โหะๆๆ หลอกเด็กได้วุ้ย ก็บอกว่าคุกกี้ ไปนั่งที่โต๊ะสิ คาร์โลบอกจะได้กินเหรอ ชั้นบอกอืม…ยุปปี้!ก็หลุดออกมาจากปากคาร์โล ฮ่าๆ ดีใจเวอร์มะ ^^ เอาให้เด็กกินแบบกล้าๆกลัวๆ ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่ได้ชิมเลย เอมี่กินไปปากก็บอกว่าอร่อย(รู้จักเอาใจคนแก่)แต่กินไปแค่ครึ่งชิ้น แหะๆ ส่วนคาร์โลไม่พูดอะไรทั้งสิ้น พอถามว่าอร่อยมั้ยก็พยักหน้าไม่ตอบ ชั้นก็ใจไม่ดี สงสัยเด็กจะไม่ชอบรึเปล่า แต่พอหมดชิ้นแรกก็ถามว่าเอาอีกมั้ย แล้วยื่นจานให้หยิบเอง คาร์โลเลือกชิ้นที่เห็นชิ้นชอกโกแลตชิ้นใหญ่ที่สุดไป ซักพักก็ถามอีกว่าอร่อยมั้ยเนี่ย เอมี่พยักหน้าบอกอร่อย คาร์โลทำเสียงชู่วววว แบบห้ามพูดประมาณนั้น กลัวปานเหลิงรึไงไอหนูน้อย ฮ่าๆๆ คุกกี้สูตรที่ทำวันนี้ก็ไม่เคยทำมาก่อนเหมือนกัน มีส่วนผสมของมะพร้าวอบแห้งกับชอกโกแลตขูดด้วย พายยางมาคนมาปาดส่วนผสมก็ไม่มี ใช้ช้อนกินข้าวโลด เหอๆ โฮสต์แด๊ดเห็นก็ร้อง โอ้วววว ยิ้มแย้มกันแต่ไม่มีอะไรจะพูด ส่วนโฮสต์มัมก็เดินผ่านมา อืม…อร่อย(ยังไม่ได้กิน)แล้วก็หยิบกินหลังจากชั้นเชิญชวน เอาเข้าปากไปทั้งชิ้นแล้วเดินจากไป สรุปคาร์โลกินไปสามชิ้น พร้อมคุยกับพ่อว่าปานทำคุกกี้อร่อย เค้กก็อร่อย(ทีวันก่อนตอนแม่มันทำ มันบอกว่าแม่ทำอร่อยกว่าปานอีก -_-“) บะหมี่ก็อร่อย ขนมปังกับไข่ดาวก็อร่อย 555 ยิ้มหน้าแป้น โฮสต์แด๊ดก็พูดเชียร์สุดฤทธิ์ ลูกเค้าชอบก็ดีใจอะเนอะ ชั้นก็ชิมไปหลายชิ้น เอาชิ้นหนาสุด ชิ้นบางสุด กว้างสุดมากินหาความแตกต่างว่ามันกรอบเท่ากันมั้ย สุกมั้ย เหอๆ วิตกจริตแบบนี้แหละ ถ้าทำขายก็ชิมไปซักครึ่งนึงแล้วอรดา แหะๆ 

 

เมื่อกี้ตอนนั่งอัพบล๊อกอยู่ในห้อง เด็กๆอาบน้ำเตรียมตัวนอนแล้วนั่งดูทีวีกับพ่อแม่ในบ้าน มีคนเคาะประตูพอเปิดปุ๊บเจอหน้าโฮสต์แด๊ดกระซิบบอกว่า…คาร์โลบอกว่าจะกินคุกกี้ของปาน ^^ ดีใจเนอะ

ภาชนะไม่เอามาจัดฉาก ขี้เกียจล้าง
ภาชนะไม่เอามาจัดฉาก ขี้เกียจล้าง
Advertisements

4 comments so far

  1. bell2927 on

    อิจฉาหวะ มีดรดเบอร์รี่ กะ เชอร์รี่ สดๆๆให้เก็บด้วย 555 ส่วนชั้นแม้แต่ต้นยังไม่เคยเห็นเลย เห็นแต่ในถุงที่ซุปเปอร์ 555

  2. นาย วอร์ on

    กิน กิน และกินอย่างเดียว ฮ่าๆๆๆๆๆ อ่านแล้ว ชวนขนหัวลุก อ้วนแน่ๆๆ คับพี่น้อง ปั่นจักรยานน่ะให้มานมากๆ หน่อย ทะลักหมดแล้วนั่นนะ เด๋ว ค่อยเม้นอีก 555

  3. Get on

    แก กินให้มันน้อยๆหน่อยนะ
    เดี๋ยวกลับมาไทยแล้วชั้นจำไม่ได้ 555+

  4. kiyoha on

    ฮ่าๆๆๆๆๆ,,,,

    เข้าดูแต่ของกินอ่า~~^[]^

    ชอบๆ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: