สองเดือนผ่านไปไร้บันทึกในบล๊อก…แต่มีบันทึกอยู่ในหัวใจนะจ๊ะ ^^

แป๊บบบบบบบบบเดียว ผ่านไปสองเดือนที่ไม่ได้เขียนบล๊อกเลย…พี่มุ่ยก็กลับไทยไปตั้งแต่ต้นเดือน พี่โรสก็ตามไปสองอาทิตย์ให้หลัง ตอนนี้เหลืออรดาคนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดาย

ถาดตกแต่งที่อยู่บนโต๊ะอาหารในบ้าน...ตกแต่งตามเทศกาลของที่นี่เค้า

แต่ไม่กี่วันก็ได้กลับบ้านตามๆเค้าไปในสภาวะสถานการณ์บ้านเมืองไทยเราวุ่นวาย เลือดสาดกระจายแล้ว แหะๆ…ดีใจดีมั้ยเนี่ย อย่างน้อยจะได้กลับไปเห็นหน้าแม่ หน้าพี่สาวและน้องๆหมาไข่ๆทั้งหลายสุดที่รักแล้ว ได้กลับไปอยู่ถิ่นกำเนิด พูดจาภาษาเดียวกัน ได้กลับไปกินน้ำพริกกะปิ ผักจิ้มเยอะๆ ก๋วยเตี๋ยวสารพัดเส้น ข้าวเหนียวส้มตำปูปลาร้า ลาบ น้ำตก ซุปหน่อไม้ 555 อะไรที่กลิ่นแรงๆนั่นแหละ อรดาอยากกินหมด เพราะไม่สามารถทำกินที่นี่ได้ เกรงใจคนในบ้านและคนข้างบ้านเค้า อิอิ

 

แต่ไฉนเลยอีกใจก็เศร้าใจที่จะต้องกลับแล้วจริงๆ ใจปานชอบประเทศนี้มาก…ได้ปั่นจักรยาน ฤดูใบไม้ผลิก็ปั่นท่ามกลางแดดอ่อนๆอากาศเย็นๆ ฤดูร้อนก็ปั่นท่ามกลางแดดจัด(ถ้ามันจะร้อนมันก็ร้อนจริงๆ) ฤดูใบไม้ร่วงก็ปั่นไปเริ่มหนาวมากขึ้นต้องใส่ถุงมือเข้าช่วย ไม่งั้นมือแข็งกลางทาง พอถึงฤดูหนาวก็ได้ปั่นจักรยานบนพื้นหิมะ หกลื่น หกล้มไปบ้างหลายครั้ง แต่ก็ไม่เข็ด 😛 ฮ่าๆ

 

ประเทศนี้อยากเจอคนพลุกพล่านก็เข้าไปในเมือง หรือจะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านก็เจอคนเยอะได้ ถ้าอยากจะสันโดษขึ้นมาก็แค่กลับเข้าบ้าน หรือไม่ก็ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆตามท้องทุ่งนาไม่ไกลจากหมู่บ้านก็เงียบสงบได้….ธรรมชาติมีได้ทุกๆที่นะที่นี่ แล้วทางจักรยานก็มีไปทุกที่ สามารถปั่นไปทุกเมือง ไม่ว่าใกล้ไกล(ถ้ามีแรงปั่นไหวก็ไปโลด) สะดวกปลอดภัยกับทางเฉพาะจักรยาน

 

มาอยู่ที่นี่จนชิน เดินอยู่เมืองไทย อย่างดีที่จะเจอกับคนอัธยาศัยดีก็แค่ส่งอมยิ้มเล็กๆเท่านั้น(ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักในเมืองพลุกพล่าน) พอมาเดินอยู่ที่เนเธอร์แลนด์เวลาเดินไปไหนมาไหนก็ต้องคอยมองคนเพื่อทักทาย(เผื่อเค้าทักก่อน เพื่อได้ตอบกลับ จะได้รู้ว่าเราไม่หยิ่ง ไม่เสียมารยาท)ที่ไม่ใช่แค่ยิ้มอย่างเดียว แต่ยังเป็นคำพูดทักทายตามเวลาต่างๆ…ก็อีกแหละ ในเมืองพลุกพล่านใครเค้าก็ไม่มาทักกันหรอก ไม่งั้นก็คงจะน้ำลายแห้งกันหมด ฮ่าๆ เฉพาะในเมืองเล็กๆ แถวหมู่บ้าน โรงเรียนอะไรแบบนั้น และส่วนมากก็จะเป็นการทักผู้ใหญ่ๆหน่อย อ่อออ เวลาขึ้นรถเมล์ที่นี่ต้องผ่านด่านคนขับที่เป็นทั้งคนขับ และพนักงานออกตั๋วเก็บเงิน เปิดปิดประตู คอยดูคนขึ้นคนลง ทุกอย่าง…ขึ้นไปก็ทักทายกันตลอด รถเมล์บ้านเราบางทีจอดปุ๊บ ผู้โดยสารยังไม่ทันขึ้นลงที ก็เหยียบคันเร่งไปซะละ…อย่างว่าล่ะ บ้านเมืองเรามันรีบเร่ง อิอิ (รีบไปเข้าชุมนุม เดี๋ยวตกเทรนด์ เอิ้กกก)

 

เคยบอกรึเปล่าน้าว่าประเทศนี้เป็นประเทศในฝันของอรดา…และแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตก็ได้มาเหยียบ มาสัมผัส ตั้ง 1 ปีเต็มและได้พบรักที่นี่ เหมือนเป็นอะไรที่เกินคาดว่า ณ ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ที่ประเทศในฝันแล้ว เนเธอร์แลนด์ อะไรมันจะน่าภูมิใจขนาดนี้ อย่างที่ใครๆเค้าว่า “ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีวันเลิกรา” จริงนะ…แต่ใครบอกล่ะว่าเราจะจัดงานเลี้ยงสนุกๆแบบนี้อีกหลายๆรอบไม่ได้ อิอิ

 

อีกอย่างที่เศร้า เพราะมาร์เซลก็อยู่ที่นี่ ไอเราก็เศร้าที่ต้องห่างแฟน แต่บ้านเราก็ไม่ได้อยู่ที่นี่นี่เนอะ แม่กับพี่สาว ครอบครัวก็อยู่เมืองไทย พี่แกก็ต้องเศร้าที่เราจะต้องกลับบ้าน ต้องอยู่ไกลกันปนกับใจนึงก็คิดว่าปานกลับไปน่ะดีแล้ว ไปเจอครอบครัว แล้วชั้นจะตามไปนะ สรุปเศร้าทั้งคู่ เหอๆ…เป็นอะไรมากมั้ยคู่นี้

 

ไหนๆก็ไหนๆละ ขออัพเดตบล๊อกซักหน่อยเถอะ ตอนนี้ยังไม่กลับก็พาไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์ต่อได้….คราวนี้จะพาไปเมืองเดลฟท์ Delft เมืองที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผาสีน้ำเงินแบบดัตช์แท้ๆ การซื้อของฝากเป็นเครื่องปั้นดินเผาพวกนี้ หากไม่ดูให้ดีอาจะได้เมดอินไชน่าไป…อยากรู้ว่าอันไหนเป็นของเมืองเดลฟท์แท้ๆก็ดูจากราคา เพราะจะแพงยิบตา 555

 

เคยบอกไปรึยังว่าประเทศนี้ไม่มีอะไรถูก ยกเว้นดอกไม้ที่ออกตามฤดูกาล เทียบกับที่อื่นก็ถูกล่ะ

 

อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มหน้าสถานีรถไฟ NS Delft

เดินเลาะโบสถ์(ถ้าเข้าใจไม่ผิด)ไป ก็จะเริ่มเข้าเมือง

เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆที่มีลำคลองเยอะ คล้ายๆอัมสเตอร์ดัม แต่เล็กกว่ามาก

เดินไปเรื่อย จากคนเบียดๆกันตอนต้นทางที่ออกมาพ้นสถานีรถไฟได้ไม่ไกลมากนัก ก็เริ่มเข้าเมืองมาเจอคนเยอะๆอีกหน่อย

ก็บอกแล้วว่าวันนี้อากาศดี ฮ้า...หนาวๆแต่แดดจ้า

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเพราะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน…วันนี้ออกมาอากาศแจ่มขนาดนี้ก็ถ่ายรูปซะให้พอ ดูๆกันไปละกัน ห้ามเบื่อ 😛

ดูตึกมุมนี้คล้ายอัมสเตอร์ดัม แต่ลำคลองดูตื้นกว่า หรือถนนต่ำกว่านั่นแหละ

เมืองนี้ยังเป็นเมืองนักเรียนอีกด้วย โรงเรียนหรือสถาบันที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องเทคโนโลยี เลยจะเป็นเด็กผู้ชายซะมากกว่าผู้หญิง…บ่ายสามโมง ตามตรอก ตามซอย ทางจักรยาน ก็มีนักเรียน นักศึกษา ปั่นจักรยานกันให้ขวักไขว่ เดินแถวนั้นก็ระวังหน่อยละกัน เหอๆฉวัดเฉวียน ซิ่งกันไม่น้อย

ตึกเรียงกันตามลำคลอง

แล้วก็เดินไป…ถึง

โบสถ์ใหม่ที่มีความสูง สู้ง สูง ตามหนังสือเค้าบอกว่า 108 เมตร และสำคัญตรงที่เค้าใช้ฝังพระบรมศพของกษัตริย์เนเธอร์แลนด์ที่สำคัญทุกพระองค์

อย่าว่างั้นงี้เลย ต้องเสียตังค์เข้าชมด้านในโบสถ์ อรดาเลยบอกมาร์เซล ไม่เอาล่ะ…ไม่ต้องเข้าหรอก เหอๆ ไว้คราวหน้ามีเงินเยอะกว่านี้จะกลับมาใหม่นะคะ 😀

อากาศดีๆแบบนี้ร้านกาแฟก็ไปนั่งร้านกาแฟกัน...แต่ถ้าจะนั่งตรงที่ไม่มีแดดละก็ หนาวตายซะก่อนล่ะ

ด้านตรงข้ามของโบสถ์ใหม่นั่นเป็นศาลาว่าการเมือง…ที่เค้าว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศ

มุมนี้ก็ดูสวยดีเนอะ

และแล้ว…นางแบบก็เริ่มทำงาน 😛

ไม่ได้กระโดดมานาน วันนี้ขอซักวันนะ...ไม่ได้เน้นฉากหลัง แต่ขอเน้นเข็มทิศและให้ถ่ายติดตอนกระโดดก็พอ 555

ดูใกล้ๆศาลาว่าการเมืองแห่งเดลฟท์ หน้าต่างแดงตามเคย

แล้วนางแบบก็มาอีกรอบ

.

.

.

ขอเถอะรูปนี้...ดูตัวเองออกแนวฮิพฮอพนิดหน่อย ฮ่าๆ

ไหนๆก็ไหนๆละ ขอเอารูปคู่กับมาร์เซลลงซักหน่อยเถอะ

my marcel ^^

ตลกๆกันไป 😀

หันไปถ่ายโบสถ์ใหม่แบบเต็มๆ

ดูยิ่งใหญ่อลังการ งานสร้าง

นี่ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ฮ่าๆ คิดจะใหญ่แข่งกับโบสถ์รึ...ม่ายยยยยยยยยยยยย ><

ตึกสไตล์นี้ก็จะเห็นทั่วไปในเนเธอร์แลนด์...มีสเน่ห์ไปอีกแบบ

เดินไปใกล้โบสถ์ซักหน่อย

วู้ววววว สูงจริงนะเนี่ย

ในเมื่อตัดสินใจไม่เข้าไปชมด้านในโบสถ์เพราะเสียตังค์(ย้ำทำไม!) เลยเลือกที่จะเดินอ้อมไปด้านหลังซักนิดเพื่อมองหาสิ่งน่าสนใจต่อไป แล้วก็พบเจอจริงๆกับ…

อะไรเนี่ย...สีแจ่มๆดีจริง

เค้าจะสื่ออะไรกับก้อนๆสีฟ้านั้น ไว้บล๊อกหน้าค่อยมาโม้ต่อใหม่ เพราะรูปจะเยอะจัดเกินไป…บอกแล้วว่าไม่ได้อัพบล๊อก ไม่ได้ถ่ายรูปมานาน ฮ่าๆ เก็บกด ช่วยๆอ่าน ช่วยๆคอมเมนต์เรียกเรตติ้งกันหน่อยก็แล้วกันนะ ห้าทุ่มละ อรดาขอตัวไปนอนก่อนละกันนะคะ ไว้จะรีบมาโม้ต่อใหม่ 😀 อรุณสวัสดิ์ประเทศไทย(ตีห้าละ)

Advertisements

7 comments so far

  1. greenapple on

    เดี๋ยวกลับมาอ่านน้าวันนี้พี่ไปยะลาก่อน

  2. พี่ปอ on

    เฮ้อ…ได้ฤกษ์เขียนซะทีนะเธอ

  3. Mui on

    เห็นประกาศในหัวเอ็มเลยมาอ่านให้หน่อย
    เมืองเดลฟ์ดูแล้วสวยดีนะ น่าไปเที่ยวกะแฟน อิอิ ต้องไปซะล่ะ อยู่ไม่ห่างจากที่พี่จะไปอยู่เท่าไหร่ อีกไม่นานก้อได้กลับล่ะ อย่าเศร้ามากเน้อ เป็นห่วง
    รูปถ่ายกะพ่อหนุ่มมาร์เซล ก้อหวานกันซะ น่ารัก รู้สึกปลื้มที่ได้เห็น และดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เอ็งได้รู้จักมาร์เซล หนุ่มนิสัยดีและสุภาพบุรุษ แหะ ๆ

    ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ได้เจอกันที่เนเธอร์แลนด์ เป็นอะไรที่น่าจดจำมาก ช่วงเวลาหนึ่งปีจะไม่ลืมเลย ประเทศที่น่าอยู่ และผู้คนเป็นมิตร

    เทคแคร์ เจอกันที่เมืองไทย และที่เนเธอร์แลนด์ 😉

  4. PAN on

    แหะๆ ขอบคุณนะคะพี่มุ่ย…ที่พี่จะไปอยู่นี่มันใกล้กับมาสทริคท์ไม่ใช่รึ(ไม่รู้หละ ปานบอกคนอื่นเค้าไปอย่างงั้นแล้ว)

    ก็พยายามไม่เศร้าอยู่แหละ แต่มันก็ยากอะนะ รู้ว่าพี่เข้าใจ อิอิ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับการที่ทำให้ได้พบกับมาร์เซลนะคะ จำได้ๆ 😛

    หนึ่งปีที่นี่ได้เจออะไรมากมาย กับมิตรภาพดีๆที่เรามีต่อกัน สิ่งดีๆน่าจดจำเยอะไป เฮ้อออ ผ่านไปรวดเร็วเนอะ

    ยังไงก็ได้เจอกันอีกอยู่ดีแหละเราน่ะ เมืองไทยและเนเธอร์แลนด์และอาจจะเป็นเบลเยี่ยมอีกที่ อิอิ

  5. kiyoha on

    วุ้ว ๆๆๆๆๆๆ

    พี่ปานน่าร้ากกกกกกกกกกก

    ผอมลงป่ะเนี่ย ^^

  6. greenapple on

    เอ้อออออออ ไม่มีงานเลี้ยงไดไม่มีวันเลิกรา
    ไม่เป็นไรน้องปานเดี๋ยวมาจักงานเลี้ยงกันใหม่ อิอิ ^__^

    พี่ก็ชอบฮอลแลนด์นะ อารมณ์ผู้คนเย็นๆ สบายๆ ดี ถ่ายรูปเล่นชิลๆ
    แต่พอกับมาไทยอะไรๆก็ดูเร่งรีบ อารมณ์อาร์ทตัวแม่หายหด ฮา

    รักษาสุขภาพนะจ๊ะ
    ตอนกลับ อย่าร้องไห้บนเครื่องจนถึงไทยน้า อิอิ เพราะพี่เคยเเล้ว

  7. พี่อ้อม on

    อ่านแล้วนึกถึงตัวเองสมัยนู้น แต่เดี๋ยวก็ได้กลับมาอีกเนอะ ระยะทางพิสูจน์รักแท้ เค้าว่าแบบนั้นมันจริงนะ ^_^


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: